การประกาศยกเลิกเครือข่ายยุคเก่าอย่าง 2G และ 3G โดย กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อนำคลื่นความถี่ไปพัฒนา 4G/5G ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปกรณ์ GPS Tracking รุ่นเก่า (โดยเฉพาะในรถขนส่ง รถบรรทุก หรือรถยนต์ส่วนบุคคล) ที่ใช้ซิมการ์ดและกล่องรับสัญญาณระบบ 2G/3G ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์ใช้งานไม่ได้ สัญญาณขาดหาย หรือไม่สามารถส่งข้อมูลตำแหน่งได้อีกต่อไป
1. ทำไมถึงต้องยกเลิก 2G/3G
การยกเลิกเครือข่าย 2G และ 3G (หรือที่เรียกว่า Network Sunset) เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยในประเทศไทย กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่าย (AIS, True, dtac) ได้ทยอยปรับลดและยุติการให้บริการระบบเก่าลง
2. ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4G/5G
เครือข่าย 2G/3G ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เพราะเครือข่าย 4G และ 5G มีประสิทธิภาพการใช้คลื่น (Spectral Efficiency) ที่สูงกว่าหลายเท่า สามารถส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลได้เร็วและรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่าในพื้นที่เท่าเดิม
ผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้ GPS รุ่นเก่า : เครื่องจะไม่สามารถส่งข้อมูลขึ้นระบบได้ รถบรรทุกเชิงพาณิชย์ที่ต้องทำตามข้อกำหนดกรมการขนส่งทางบก (DLT) : เสี่ยงถูกปรับหาก GPS ไม่ออนไลน์
3. ตรวจสอบสถานะ GPS ปัจจุบัน
เช็คโมเดลอุปกรณ์ : ตรวจสอบสเปกกล่อง GPS Trackingหรือสอบถามผู้ให้บริการเดิมของคุณว่าตัวเครื่องเป็นระบบใด (ถ้าเป็นระบบที่ผลิตก่อนปี 2020 มีโอกาสสูงที่จะเป็น 2G/3G) เช็คซิมการ์ด (SIM Card) : ซิมที่ฝังอยู่ในตัวเครื่องเป็นซิมเก่าที่จับสัญญาณได้แค่ 3G หรือไม่
ตรวจสอบตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก (DLT) : สำหรับรถบรรทุกหรือรถโดยสารสาธารณะ หากระบบ GPS ไม่ออนไลน์เนื่องจากสัญญาณดับ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายและไม่สามารถต่อภาษีรถได้
4. เลือกแนวทางการอัปเกรด
การอัปเกรดสามารถทำได้ 2 รูปแบบหลักๆ ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเดิมของคุณ:
– เปลี่ยนเฉพาะ “ซิมการ์ด” (กรณีตัวเครื่องรองรับ 4G อยู่แล้ว) หากกล่อง GPS เป็นรุ่นใหม่ที่รองรับ 4G/5G แต่ใส่ซิม 3G ให้ติดต่อผู้จำหน่ายเดิมเพื่อทำการ เปลี่ยนเป็นซิม 4G/5G
– เปลี่ยน “เครื่อง GPS” ใหม่ (หากเครื่องเดิมเป็น 2G/3G) จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นเครื่อง GPS 4G/5G เนื่องจากชิปเซ็ตเดิมไม่สามารถรับคลื่นความถี่ใหม่ได้
5 . ผลกระทบถ้าไม่อัพเกรด
GPS ไม่สามารถส่งข้อมูลไปยังแพลตฟอร์ม : รถบรรทุกไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลส่งผลให้ไม่ผ่านการตรวจสอบจากกรมการขนส่ง เสี่ยงถูกปรับตามกฎหมาย และอาจไม่สามารถต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ สูญเสียการควบคุมต้นทุน เช่น การตรวจสอบเส้นทาง, ความเร็ว, เวลาทำงานของพนักงานขับ ขาดหลักฐานสำคัญหากเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาทางกฎหมาย
6. ค่าใช้จ่ายในการอัพเกรด
** ค่าเปลี่ยนเครื่องใหม่ : ราคาประมาณ 3,000–4,500 บาท (เป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท)
** มีค่าบริการรายปีสำหรับระบบ Platform + SIM ประมาณ 2,500 – 3,500 บาท/ปี/คัน
** มีค่าบริการรายเดือนสำหรับระบบ Platform + SIM ประมาณ 200–450 บาท/เดือน/คัน
ทางท่านเลือก : บริษัท เวิลด์จีพีเอส แทรคเกอร์ จำกัด เสนอให้ลูกค้าเก่าจ่ายเพียงบางส่วนเพื่อลดภาระ
7. กรณีศึกษา
ลูกค้ากลุ่มตัวแทน : ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็น GPS รุ่นใหม่แล้ว จึงไม่มีผลกระทบ
ลูกค้าของบริษัท เวิลด์จีพีเอส แทรคเกอร์ จำกัด ที่เราดูแลเอง : ยังมีหลายพันคันที่ใช้ 2G/3G ต้องทำแผนทยอยอัพเกรด
8. ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ
เริ่มตรวจสอบทันที ว่ารถแต่ละคันใช้เครื่องรุ่นไหน วางงบประมาณล่วงหน้า โดยเฉพาะรถบรรทุกใหญ่ รถตู้ รถบัส และรถโดยสารทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง รถเช่า รถเชิงพานิชย์ต่างๆ เลือกรุ่นที่อัพเกรดเป็น 4G หาผู้ให้บริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ (เช่น บริษัท เวิลด์จีพีเอส แทรคเกอร์ จำกัด
9. ทำไมควรอัพเกรดกับ บริษัท เวิลด์จีพีเอส แทรคเกอร์ จำกัด
มีเครื่องรุ่นใหม่ที่รองรับ 4G ได้มาตรฐานกรมขนส่ง บริการติดตั้งได้ทันทีไม่ต้องรอ และดูแลครบวงจร โดยทีมช่างของบริษัทฯ
ให้คำปรึกษาการวางแผนเปลี่ยนทั้งฟลีท มีผลิตภัณฑ์เสริม เช่น MDVR, Dash cam, GPS, TMS ที่ต่อยอดได้ทันที
การยกเลิก 2G/3G เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ และจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดภายใน 1-2 ปี การวางแผนอัพเกรด GPS Tracking จึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็น การลงทุนเพื่อความปลอดภัย ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจขนส่ง หากคุณเป็นเจ้าของรถหรือผู้ประกอบการที่ต้องการอัพเกรด บริษัท เวิลด์จีพีเอส แทรคเกอร์ จำกัด พร้อมช่วยคุณวางแผนและจัดการอย่างมืออาชีพ